กฎของเคพเลอร์

posted on 11 Sep 2008 22:30 by combato

วงโคจรของดาวเทียม



ภาพข้างบนแสดงการโคจรของดาวเทียมรอบโลก วงโคจรเป็นวงรี

ตำแหน่งที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของโลก

7,000 ก.ม. (ประมาณ 500 ก.ม.เหนือผิวโลก

รัสมีของโลกเท่ากับ 6,500 ก.ม.) ตำแหน่งที่ไกลที่สุด

อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของโลก 19,616 ก.ม.

โปรดสังเกตุว่า ความเร็วของดาวเทียมไม่คงที่ ตอนเข้าใกล้โลก

ความเร็วสูงขึ้น ตอนห่างออกไปจากโลกความเร็วจะต่ำลง

ผู้ที่ค้นพบกฎของวงโคจร คือ โจฮันเนส เคพเลอร์

หลังจากศึกษาข้อมูลการโคจรของดาวอังคาร เป็นเวลาหลายปี

กฎของเคพเลอร์ว่าด้วยวงโคจรของดาวเคราะห์กล่าวไว้ว่า

(1) วงโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี

มีดวงอาทิตย์อยู่ที่จุดโฟกัส

(2) ในเวลาเท่ากัน radius vector

(เส้นตรงที่ลากจากดวงอาทิตย์ไปยังดาวเคราะ)กวาดพื้นที่เท่ากัน

(3) คาบเวลา (period) ของวงโคจรยกกำลังสอง

เป็นปฏิภาคตรงกับ major axis ยกกำลังสาม

เคพเลอร์ค้นพบว่า ดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์อย่างไร ?

แต่ไม่ตอบคำถามว่า ทำใมจึงเป็นเช่นนั้น ?

ผู้ที่สามารถอธิบายเหตุผลได้คือ เซอร์ ไอแซค นิวตัน

ซึ่งสรุปเป็น 2 กฎ คือ

(1) กฎของนิวตันว่าด้วยการเคลื่อนที่

(Newton's law of motion)

(2) กฎของนิวตันว่าด้วยแรงโน้มถ่วง(Newton's law of universal gravitation)

การคำนวนวงโคจรนั้นไม่ยาก สามารถหาสูตรได้จาก

ตำราฟิสิกส์ทั่วไป แต่การหาว่าเวลาไหน ดาวเทียมจะอยู่ที่ไหน

ค่อนข้างยาก หาไม่พบใน ตำราฟิสิกส์ระดับปริญญาตรี

สูตรที่ใช้ในการคำนวนวงโคจรของดาวเทียม

ที่ใช้ในภาพแอนนิเมชั่นนี้ คือ

สมการวงโคจรของดาวเทียม ในรูป poloar coordinate



การหาว่า เวลาไหน ? ดาวเทียมอยู่ที่ไหน ? ใช้สูตร



เราจะต้องทราบตำแหน่งและความเร็วของดาวเทียม

ณ จุดใดจุดหนึ่ง ในวงโคจร จึงจะสามารถ คำนวณหาตำแหน่ง

และความเร็ว ณ จุดใดๆ ในวงโคจรได้ ในโจทย์ข้อนี้เรากำหนดให้

ที่เวลา t=0 ตำแหน่งและความเร็วของดาวเทียม คือ



การคำนวณค่าคงที่ต่างๆ ใช้สูตร




มีปัญหาในการคำนวณเล็กน้อย เนื่องจากสมการ (2)เป็น transcendental equation

ซึ่งไม่สามารถแก้ได้โดยวิธีปกติธรรมดา

 จะต้องใช้วิธีเดาคำตอบไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจ

 วิธีที่นิยมใช้ คือ Newton's method

หาดาวจากดาว

posted on 11 Sep 2008 19:36 by combato

 

จากกลุ่มดาวหมีใหญ่ (Ursa Major)
กลุ่มดาวหมีใหญ่มีรูปร่างคล้ายกระบวยตักน้ำ ลากเส้นสมมติผ่านดาว 2 ดวงแรกด้านหัวของรูปกระบวยไปทางขั้วฟ้าเหนือ ห่างจากดาวดวงแรกประมาณ 28 องศา
จะพบดาวเหนือ(Polaris) ถ้าลากเส้นผ่านดาว 2 ดวงถัดมาจะพบกลุ่มดาวสิงโต(Leo) และในทิศตรงกันข้ามกับกลุ่มดาวสิงโตเส้นตรงเดียวกันนี้จะชี้ไปยังดาวหางหงส์(Deneb) ในกลุ่มดางหงส์(Cygnus) - - เราจะเห็นกลุ่มดาวหงส์ขึ้นตอนหัวค่ำประมาณ 2 ทุ่ม และกลุ่มดาวสิงโตกำลังตกแต่ยังเห็นได้พร้อมกันทั้งสองกลุ่มในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม - - และจากด้านหน้าตัดของปากกระบวยลากเส้นตรงผ่านดาวทั้งสองจะชี้ไปยังดาวคาเพลลา(Capella) ในกลุ่มดาวสารถี(Auriga) นอกจากนี้ดาวดวงสุดท้ายของด้ามกระบวยยังชี้ไปยังดาวดวงแก้ว(Arcturus) ของกลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์(Bootes) และถ้าลากเส้นต่อไปอีกก็จะพบกับดาวรวงข้าว(Spica) ในกลุ่มดาวหญิงสาว(Virgo)

การใช้แผนที่ดาว

posted on 11 Sep 2008 18:37 by combato
 <object width=
 การอ่านแผนที่ดาวเป็น  จะทำให้เราดูดาวหรือกลุ่มดาวที่ปรากฏบนท้องฟ้า    วัน เวลาใดได้อย่างถูกต้อง  ก่อนอ่านแผนที่ดาวเพื่อเปรียบเทียบกับดาวที่ปรากฏบนท้องฟ้า  ผู้สังเกตต้องรู้ทิศเหนือ ใต้  ตะวันออก ตะวันตก  ของที่นั้น   ก่อน

          ©   ให้ลองคะเน  มุมเงยและมุมอาซิมุทของดาวเหนือ

          ©  เราทราบหรือไม่  อย่างไรว่า  อาจหาดาวเหนือได้โดยอาศัยกลุ่มดาวหมีใหญ่ (Ursa  Major)  หรือกลุ่มดาวค้างคาว (Cassiopeia)   

          แผนที่ดาวที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน  จะเป็นแผนที่ดาวแบบหมุน  โดยเป็นกระดาษแข็ง  2  แผ่นตรึงติดกันตรงกลาง  โดยแผ่นหนึ่งจะเป็นภาพของกลุ่มดาวและดาวสว่าง  เขียนอยู่ในวงกลม  โดยที่ขอบของวงกลมจะระบุ  วัน เดือน  ไว้โดยรอบ  ส่ายแผ่นติดอยู่ด้านบน  จะระบุ  เวลา  ไว้โดยรอบ  การใช้แผนที่ดาวก็เพียงแต่หมุนวัน เดือนของแผ่นล่างให้ตรงกับเวลา  ที่ต้องการสังเกตการณ์ของแผ่นบน  กลุ่มดาวที่ปรากฏบนแผนที่ดาวจะเป็นกลุ่มดาวจริงที่ปรากฏจริงบนท้องฟ้า    ขณะนั้น 

            การใช้แผนที่ดาว    สถานที่สังเกตการณ์จริง  ให้เราหันหน้าไปทางทิศเหนือ  แล้วยกแผนที่ดาวขึ้นเหนือศีรษะ  โดยให้ทิศในแผนที่ดาว  ตรงกับทิศจริง  โดยที่แผนที่ดาวดังกล่าวหมุนวัน เดือน  ให้ตรงกับ  เวลา    ขณะนั้น

edit @ 11 Sep 2008 19:03:27 by Sarinna

edit @ 11 Sep 2008 19:16:29 by Sarinna

edit @ 11 Sep 2008 19:23:37 by Sarinna

edit @ 11 Sep 2008 19:29:16 by Sarinna

edit @ 11 Sep 2008 19:33:17 by Sarinna